นายเวชดุศิต อาจวิชัย
ปลัด อบต./ปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.หนองสังข์
สถิติผู้เยี่ยมชม
เปิดเว็บไซต์ 16/12/2016
ปรับปรุง 26/11/2021
สถิติผู้เข้าชม 251939
Page Views 602133
 
ตราสัญลักษณ์
ความหมายของภาพที่ปรากฎภายในตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ของ อบต.หนองสังข์ นั้นสื่อความหมายถึง
1. ภาพคนพายเรือยาว สื่อความหมายถึง อัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวตำบลหนองสังข์ที่มีความผูกพันกับสายน้ำและประเพณีการแข่งเรือยาวของตำบลหนองสังข์นั้นได้มีการสืบทอดประเพณีต่อๆ กันมาเป็นระยะเวลามากกว่า 80 ปีซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีการผูกโยงโดยการใช้วัฒนธรรมประเพณีเป็นสื่อกลางในการหลอมรวมจิตใจ ความสามัคคีกันของคนในชุมชนตำบลหนองสังข์ซึ่งเป็นชาวไทกะเลิงและเป็น 1 ใน 8 ชนเผ่าของจังหวัดนครพนม มีวิถีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย รักความสงบ ชอบทำบุญ
        ข้อมูลตาม "หนังสือภูมิหลังแดนดินถิ่นหนองสังข์ " ได้มีการบันทึกไว้ว่า ตามประวัติการจัดตั้งชุมชน/หมู่บ้านชาวบ้านหนองสังข์ ตำบลหนองสังข์ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ดั้งเดิมนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2343 ได้ย้ายมาจากบ้านหนองหล่ม ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอมุกดาหาร(ปัจจุบันจังหวัดมุกดาหาร) จังหวัดนครพนม โดยใช้เรือเป็นพาหนะ ล่องเรือทวนน้ำ ตามลำน้ำโขงแวะปากลำน้ำก่ำ และพายเรือทวนน้ำขึ้นมาเรื่อยๆ จนพบแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์คือน้ำหนองสังข์ ซึ่งเต็มไปด้วย ปู ปลา นาน้ำ เหมาะที่จะตั้งรกรากปักฐาน มี 14 ครอบครัว ซึ่งคนในสมัยนั้นเรียกกันว่า “พ่อเฒ่า” แต่ปรากฏชื่ออยู่ 8 ครอบครัว (ส่วนอีก 6 ครอบครัวนั้นไม่ปรากฏชื่อ) ดังนี้
          1. พ่อเฒ่าศรีสุราช หนึ่งคำมี                 5. พ่อเฒ่าชาภูบาล ด้วงคำภา
          2. พ่อเฒ่าจารย์ผาง ด้วงคำภา              6. พ่อเฒ่าป๊อก ด้วงคำภา
          3. พ่อเฒ่าเชียงคำ เพชรดีคาย              7. พ่อเฒ่าเชียงล้วน แสนสามารถ
          4. พ่อเฒ่าเชียงรัตน์ แสนสามารถ          8. พ่อเฒ่าหารมนตรี หงษาชุม 
          ส่วนครอบครัวที่ 15 นั้นได้มาอาศัยอยู่ก่อนแล้ว ปรากฏชื่อ พ่อเฒ่าป๊อก แม่เฒ่าเมอะ (ย้ายมาจากบ้านหนองบ่อ) ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ต้นขาวใหญ่(ปัจจุบันต้นขาวใหญ่ยังคงอยู่) ส่วน 14 ครอบครัว ตั้งบ้านเรือนอยู่ทิศตะวันตกของหนองสังข์ โดยตั้งชื่อบ้านว่า “บ้านหลุบป่ากล้วย” ต่อมาบ้านเมืองเกิดโรคภัยไข้เจ็บจึงได้ย้ายขึ้นไปตั้งบ้านใหม่ทางทิศตะวันออกของหนองสังข์ ณ ปัจจุบันนี้ จึงได้ตั้งอธิษฐานเสี่ยงที่ตั้งหมู่บ้านใหม่ ได้ชื่อว่า “บ้านหนองสังข์” เพราะมีต้นสังข์ใหญ่อยู่ริมหนองสังข์ซึ่งปรากฏในใบลาน บ้านเมืองก็อยู่เย็นเป็นสุขมาจนถึงทุกวันนี้
          เริ่มแรกได้ทำการแข่งขันเรือหาปลา ฝีพาย จำนวน 5-6 คน โดยจะทำการแข่งขันในบุญห่อข้าวสากเพ็ญเดือนสิบของทุกปี รางวัลการแข่งขันจะเป็นหอผึ้ง ต้นกัณฑ์ และฮังมดแดง(รังมดแดง) ต่อมาเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2478 ได้มีญาครูสายซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระพังทองหนองสังข์ ได้ชักชวนชาวบ้านไปหาไม้ใหญ่มาทำเรือแข่ง บรรจุฝีพายได้ 15-16 คน และกำหนดเอาบุญห่อข้าวสากเดือนสิบเป็นวันแข่งขัน ซึ่งเรือที่เข้าร่วมทำการแข่งขันมีเรือบ้านหนองสังข์ เรือบ้านผักขะย่า เรือบ้านส้มป่อย เรือบ้านโพธิ์ศรี เรือบ้านดอนคราม เรือบ้านคำเม็ก และเรือบ้านยอดชาด เมื่อปี พ.ศ. 2493 เจ้าอาวาสสายได้ลาสิกขา การแข่งขันเรือก็ได้หยุดไป จนมาถึง ปี พ.ศ. 2500 พ่อเฒ่าสอน แสนสามารถ ได้ชักชวนชาวบ้านไปเอาไม้ขนุนที่อยู่ดงโบโคงบ้านจำปา ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม มาทำเป็นเรือแข่งบรรจุฝีพายได้ 15 คน ปีต่อมาไปเอาไม้แคน(ไม้ตะเคียน) อยู่ที่ภูพานบ้านโพนตูม “วังเทา” มาทำเรืออีก รวมเป็น 2 ลำ ชื่อว่าเรือ “ดาวน้อย” ทำการแข่งขันมาเรื่อยๆ ไม่เคยขาดทุกปี และเปลี่ยนจากการแข่งขันในบุญห่อข้าวสากเดือนสิบเป็นต้นเดือนตุลาคมของทุกปี ในช่วงนั้นมีพระครูโพธิ์ศรีธรรมะพินิจ เจ้าคณะอำเภอนาแก ท่านอยู่ที่ตำบลพระซอง อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม จึงมีสนามการแข่งขันเรือของอำเภอนาแกอยู่ 2 สนาม คือ ตำบลหนองสังข์ (น้ำหนองสังข์) และตำบลพระซอง (ลำน้ำบัง)
         โดยเมื่อปี พ.ศ. 2559 ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศในงานประเพณีแข่งเรือยาวตำบลหนองสังข์ ประเภทเรือชาย/หญิง (ประเภทฝีพายไม่เกิน 45 คน) และในปี พ.ศ. 2560 - 2562 ได้ทรงพระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศครบทั้ง 4 ประเภท คือ เรือชาย/หญิง (ประเภทฝีพายไม่เกิน 45 คน) เรือชาย/หญิง (ประเภทฝีพายไม่เกิน 35 คน) ส่วนในปี พ.ศ. 2563 นั้น องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสังข์ไม่ได้มีการเสนอขอพระราชทานถ้วยรางวัลเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แต่ก็ได้มีการจัดการแข่งขันเรือยาวประเพณีตำบลหนองสังข์ซึ่งเป็นการจัดแข่งขันเป็นการภายในเพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามทางสายน้ำนี้เอาไว้โดยเป็นการจัดแข่งขันเฉพาะเรือที่อยู่ในเขตอำเภอนาแก จังหวัดนครพนมเท่านั้น 

2. หนองสังข์ สื่อความหมายถึง น้ำหนองสังข์ ซึ่งในอดีตหนองสังข์จะมีเกาะกลางน้ำหรือสันดอนอยู่หลายแห่ง เช่น ดอนตาทอง ดอนตาบาง ดอนกะฎี เป็นต้น น้ำหนองสังข์นั้นแต่ก่อนเป็นสายน้ำที่ไหลลงสู่ลำน้ำก่ำโดยในช่วงฤดูแล้งมีน้ำแห้งขอด เมื่อน้ำแห้งแล้วจะเห็นหนองหลายๆ หนองเรียงรายอยู่แต่ละหนองนั้นจะไหลลงไปตกน้ำก่ำ มีชื่อหนอง ดังนี้ หนองเบ็น หนองกกโพธิ์ หนองสังวาล หนองไผ่ ท่าขนุน หนองเดิ่น หนองตอ เป็นต้น ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 ได้มีโครงการขุดลอกหนองสังข์ (เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ) โดยกรมชลประทานใช้งบประมาณ 45 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2541  มีสภาพภูมิทัศน์ สวยงามมาก เป็นแหล่งน้ำ/แหล่งอาหารของคนในชุมชน มีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ปัจจุบันหนองสังข์ ได้รับการพัฒนามาเป็นลำดับโดยเฉพาะดอนตาทองซึ่งเป็นเกาะกลางน้ำหนองสังข์ จะมีการประดิษฐานของหลวงพ่อแก้วธัมมโชโต ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนชาวตำบลหนองสังข์ ประชาชนในเขตพื้นที่ใกล้เคียงตลอดจนนักท่องเทียวต่างๆ ได้เข้ามากราบไว้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอยู่เสมอ

3. รูปภูเขา สื่อความหมายถึง เทือกเขาหรือแนวไพรภูพานที่มีการทอดยาวตั้งแต่จังหวัดอุดรธานี,จังหวัดกาฬสินธุ์, จังหวัดสกลนคร, จังหวัดนครพนม และจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเมื่อมองจากน้ำหนองสังข์แล้วจะพบว่ามีทัศนียภาพที่สวยงามมากแสดงถึงการมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์


กล่าวโดยสรุป รูปภาพคนพายเรือยาว หมายถึง การมีประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม 
                       หนองสังข์ และภูเขา หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม